|
TRUE LEGEND ยาจกซู ตำนานหมัดเมา การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ หยวนวูปิง ที่ทุ่มเทกว่า 12 ปี เพื่อสร้างปรากฏการณ์มันส์กระแทกตา! แอคชั่นกำลังภายในดิจิตอล 3 มิติเรื่องแรกของโลก ด้วยทุนสร้างฉากละกว่า 30 ล้านบาท โดยใช้เทคโนโลยีเดียวกับหนังดังฮอลลีวู้ด Iron Man 2 ฉาย 18 กุมภาพันธ์นี้
 หยวนวูปิง กลับคืนวงการหนังฮ่องกงอีกครั้งหลังจากไปเอาดีด้านการกำกับคิวบู๊อยู่ที่ฮอลลีวู้ดมานานกว่า 12 ปี โดยเขาสร้างชื่อจากการกำกับคิวบู๊หนังฮอลลีวู้ดดังๆ อย่าง KILL BILL 1-2, The Matrix 1-3 และ หนังอย่าง Crouching Tiger, Hidden Dragon ที่กวาดมาถึง 4 รางวัลออสการ์ ครั้งนี้ หยวนวูปิง ขอกลับมาประกาศศักดาด้วยการระดมทุนสร้างหนังแอคชั่นกำลังภายในดิจิตอล 3 มิติเรื่องแรกของโลก TRUE LEGEND : ยาจกซู ตำนานหมัดเมา ด้วยการทุ่มทุนสร้างฉากแอคชั่นดิจิตอล 3 มิติ ฉากละกว่า 30 ล้านบาท โดยทีมงานของ True Legend ที่เข้ามาสร้างสรรค์เทคนิคพิเศษในระบบสามมิติ เป็นทีมงานเดียวกับผู้รับผิดชอบงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิคให้ CJ7 และยังเป็นทีมงานที่เคยร่วมงานสร้างสรรค์ผลงาน ในหนังบล็อคบัสเตอร์ของฮอลลิวู้ดอย่าง Iron Man 2 และ Pirate of The Caribbean : At World's End โดยฉากไฮไลท์ที่ห้ามกระพริบตาในการใช้เทคโนโลยีนี้อยู่ที่ฉากต่อสู้ ระหว่างตัว ยาจกซู (จ้าวเหวินจั๋ว) และ เทพเจ้ามหายุทธ (เจย์ โชว์) ที่ถ่ายทำกันบนภูเขาเมฆมังกร ในบริเวณเขาสูงของเขต หมี่หยุน ชานเมืองปักกิ่ง ที่ยังไม่เคยมีกองถ่ายภาพยนตร์แอคชั่นกำลังภายในขึ้นไปถ่ายทำกันมาก่อน ภาพยนตร์เรื่อง TRUE LEGEND : ยาจกซู ตำนานหมัดเมา พูดถึงตำนานยาจกซู รับบทโดย จ้าวเหวินจั๋ว นักแสดงที่ได้รับการยกย่องจาก เจทลี ว่า เขาคือนักแสดงที่แสดงหนังกังฟูกำลังภายในได้ดีที่สุดในโลก โดยตัวละครยาจกซูคือต้นแบบของผู้จารึกตำนานหมัดเมา และ เป็นปรมาจารย์แห่งหวงเฟยหง และยังเป็นผู้คิดค้น “หมัดเมา” และ “หมัดงูประกาศิต” วิทยายุทธที่ทุกคนต่างกล่าวขานมานานหลายทศวรรษ โดยหลังจากชีวิตที่โดนเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัสปางตาจากคนที่เขาไว้ใจที่สุด ซูซานหรืออีกชื่อคือยาจกซู ได้กลับมาลุกขึ้นพร้อมจิตวิญญาณนักสู้ ฝึกฝนวิทยายุทธกำเนิดเป็น “หมัดเมา” ขึ้นมา โดยมี เทพยุทธหมัดเมา (เจย์ โชว) คอยช่วยชี้แนะ และมีจอมยุทธหญิงปริศนา (มิเชล โหยว) ช่วยให้ที่พักพิง ก่อนที่เขาจะขอออกเดินทางอีกครั้งเพื่อชำระแค้น ซึ่งเป้าหมายสำคัญคือการเปิดฉากดวลกับ “จอมมารเกราะมังกร” ผู้กล้าแกร่งและทรงพลังกว่านักสู้ทั่วยุทธภพ 
เรื่องย่อ True Legend เป็นการเดินทางอันน่าเหลือเชื่อของนักสู้ในตำนาน ซู ชาน หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม “ยาจกซู” ผู้ให้กำเนิดตำนานหมัดเมาและหมัดงูประกาศิต ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญกันว่าเป็นเจ้าแห่งวิทยายุทธ True Legend ถูกลิขิตให้เป็นภาพยนตร์กำลังภายในแห่งตำนาน ซึ่งเล่าถึงประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ในตำนานศิลปวิทยายุทธของชาติจีน ซู ชาน (รับบทโดย จ้าวเหวินจั๋ว) พยายามฝึกฝนเพื่อเป็นยอดฝีมือ มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่เขายึดมั่น นั้นคือความฝันที่จะสร้างศาสตร์แห่งศิลปะวิทยายุทธใหม่ และอีกสิ่งก็คือภรรยา (รับบทโดย โจวซุน) ที่เปรียบได้ดั่งน้ำพุแห่งชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลก จนทำให้เขาต้องพลัดพรากจากภรรยาและลูก 
ชีวิตของ ซู ถูกช่วยเหลือโดย หยู่ (รับบทโดย มิเชล โหยว) หญิงสาวลึกลับที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหุบเขา ถึงแม้จิตวิญญาณได้สูญสลายไป แต่ความฝันในการเป็นเจ้าวิทยายุทธก็ยังคงอยู่ในใจเสมอ เขายังคงฝึกฝนฝีมืออยู่ทุกวันไม่เคยขาด จนในที่สุดก็ได้พบกับ อู่เซิน (รับบทโดย เจย์ โชว์) เทพเจ้าแห่งการต่อสู้ ที่ชี้ทางสว่างให้กับ ซู ได้พบหนทางสู่การเป็นยอดฝีมือในเพลงมวย 
ในขณะเดียวกัน เขตเฮยหลงเจียงบ้านเกิดของ ซู ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้ชาวจีนถูกกดขี่ข่มเหงอย่างไร้ความปราณี และเมื่อชีวิตลูกชายของ ซู ผู้เปรียบได้กับแสงไฟดวงสุดท้ายในชีวิตตกอยู่ในอันตราย ก็ทำให้ไฟในตัวลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งกลายเป็นต้นกำเนิดของ “เพลงหมัดเมา” ที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี นี้คือเรื่องราวของ ซู ชาน เจ้าแห่งตำนานหมัดเมา ที่สร้างจากตำนานฮีโร่ของชาติที่มีชีวิตอยู่จริง True Legend กำกับโดย หยวนหวู่ปิง ผู้ปฏิวัติฉากการต่อสู้บนโลกภาพยนตร์จากไตรภาค The Matrix, Kill Bill Vol. 1 & 2 และ Crouching Tiger Hidden Dragon โดยการสร้าง True Legend ถือเป็นจุดมุ่งหมายที่ทำให้แฟนหนังกำลังภายในต้องรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ด้วยวิทยายุทธจีนต้นตำหรับของแท้บนโลกภาพยนตร์แห่งศตวรรษที่ 21 ทีมนักแสดง เจ้าเหวินจั๋ว (รับบทเป็น ยาจกซู) 
ประวัติตัวละคร ซู ชาน คือนักรบที่กล้าหาญและผู้ผดุงความยุติธรรม เขาเป็นนายทหารที่มีความสามารถเพียบพร้อม ทั้งการใช้อาวุธดาบและธนู แต่ความฝันของเขาในการเปิดโรงเรียนสอนวิทยายุทธ ก็กลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาและครอบครัว ประวัตินักแสดง เจ้าเหวินจั๋ว เกิดปีค.ศ. 1972 ในเมืองฮาร์บิ้น ประเทศจีน เขาได้รับการสนับสนุนจากพ่อให้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้จีนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เมื่ออายุได้ 13 เขาได้เข้าร่วมทีมมาร์เชียลอาร์ตของเมืองฮาร์บิ้น และกลายเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในทีม เจ้าเหวินจั๋ว มีความหลงไหลในเรื่องการรำไทเก็ก และทีมของเขาก็ได้รับรางวัลในระดับประเทศมากมาย เมื่ออายุได้ 18 เจ้าเหวินจั๋วก็ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของกรุงปักกิ่ง เอกสาขาศิลปะการต่อสู้ เขาได้รับรางวัลชนะเลิศในศิลปะต่อสู้ในรูปแบบดาบและหอก ในการแข่งขันระดับมหาวิทยาลัย และยังเป็นแชมป์ยิมนาสติกระดับประเทศในปี 1991 ปี 1992 ในขณะที่เขากำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นปีที่สอง เจ้าเหวินจั๋ว ก็ได้รับบทเป็นผู้ร้ายประมือกับ หลี่เหลียงเจี๋ย ในเรื่อง “ฟงไซหยก ปิดตาสู้” ซึ่งความสามารถในศิลปะการต่อสู้และการแสดง ทำให้เขาได้รับคำชมอย่างท่วมท้น และถูกเสนอให้รับบทนำในหนังหลายเรื่อง แต่หลังจากสำเร็จการศึกษา เขาก็ได้รับข้อเสนอให้เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย แต่ เจ้าเหวินจั๋ว ตัดสินใจที่จะมุ่งเข้าสู่เส้นทางการแสดง เขาแสดงหนังและละครโทรทัศน์ทั้งฟากฮ่องกงและประเทศจีน โดยเขาได้รับบทนำในหนังของ ฉีเคอะ เรื่อง “นางพญางูเขียว” รวมถึง “หวงเฟยหง 4 จอมคนผงาดฟ้า” และ “หวงเฟยหง 5” ซึ่งเขารับช่วงต่อจากนักแสดงรุ่นพี่อย่าง หลี่เหลียงเจี๋ย โดยเขายังแสดงเป็น หวงเฟยหง ต่อในละครโทรทัศน์อีกด้วย โจวซุน (รับบทเป็น เสี่ยวหยิง) 
ประวัติตัวละคร เสี่ยวหยิง เติบโตขึ้นมาพร้อมกับ ซู และต่อมาก็ได้กลายเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ของเขา เธอมีแรงใจที่เข้มแข็งและมีความเชื่อมั่นในสายสัมพันธ์ครอบครัว เธอคือคู่แท้ของ ซู และเป็นแหล่งกำเนิดของความหวังที่ ซู ยึดมั่น ประวัตินักแสดง โจวซุน เกิดในปีค.ศ. 1976 เธอได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นนักแสดงสาวที่มาแรงที่สุดของประเทศจีน ความสามารถของเธอได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก เมื่อในปี 1998 เธอรับบทเป็นหญิงตาบอดในภาพยนตร์ของ เฉินไค่เก๋อ เรื่อง The Emperor and the Assassin ก่อนที่เรื่องต่อมาอย่าง Suzhou River จะทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Paris Film Festival หลังจากนั้น โจวซุน ก็ได้แสดงหนังกว่าอีก 15 เรื่อง รวมถึงละครโทรทัศน์อีก 9 เรื่อง โดยเธอยังเป็นนักร้องที่เสียงดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศจีน โดยร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เล่นมาแล้วถึง 4 เรื่อง รวมถึง Perhaps Love “อยากร้องบอกโลกว่ารัก” กำกับโดย ปีเตอร์ ชาน ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Hong Kong Film Awards และ Taiwan's Golden Horse Award โจวซุน ขึ้นชื่อในเรื่องของความหลากหลายทางการแสดง เธอรับบทมาแล้วทั้งสาวชาวบ้านธรรมดา ไปจนถึงผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดชายหนุ่มทั่วโลก เธอขึ้นปกนิตยสารมาแล้วทั่วโลก โดยนิตยสาร Vogue ของฝรั่งเศส ได้เรียก โจวซุน เป็น "เคท มอส แห่งโลกตะวันออก" โดยในนิตยสาร Bazaar เธอยังสร้างสถิติด้วยการลงเนื้อหาเกี่ยวกับตัวเธอถึง 30 หน้า และก็ยังมีแฟชั่นไลน์ของตัวเองที่ชื่อ Izzue แอนดี้ ออน (รับบทเป็น หยวนเลี่ย) 
ประวัติตัวละคร พี่น้องร่วมสายเลือดของ เสี่ยวหยิง และเป็นพี่บุญธรรมของ ซู เขานับถือครอบครัวดั่งชีวิต แต่ก็ถูกกัดกินโดยความเกลียดชัง และความหลงไหลอำนาจ เขาถูกเลี้ยงโดยพ่อของ ซู ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพ่อที่แท้จริง ประวัตินักแสดง แอนดี้ ออน เป็นแอ็คชั่นสตาร์ดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดของเอเชีย เขาเกิดในปี 1976 ที่เมืองโร้ดไอส์แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเคยเป็นบาร์เทนเดอร์ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปฮ่องกง เพื่อเดินตามความฝันในอาชีพนักแสดง โดยภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาคือ Black Mask 2: City of Masks “แบล็คแมสค์ หน้ากากมหากาฬ” กำกับโดย ฉีเคอะ เพื่อเตรียมตัวในการรับบท แอนดี้ เดินทางไปวัดเส้าหลินในประเทศจีน ในการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ให้ลึกซึ้งจนถึงแก่น หลังจากนั้นการแสดงของเขาใน Star Runner ทำให้ แอนดี้ ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจาก Hong Kong Film Award ซึ่งเป็นหนังที่เขาฉายแววโดดเด่นเหนือนักแสดงร่วมจอคนอื่น แอนดี้ พยายามแสดงหนังให้หลากหลาย เพื่อหลีกหนีจากการถูกเลือกให้เล่นแต่บทแอ็คชั่นอย่างเดียว โดยมีผลงานที่เปิดโอกาสให้เขาแสดงหลายบุคคลิก ในภาพยนตร์ของ ตู้ฉีฟง เรื่อง Mad Detective “ผ่าคดีสะกดฆาตกรรม" เจย์ โชว์ (รับบทเป็น เทพเซียนเจ้าวิทยายุทธ) 
ประวัติตัวละคร ด้วยบุคลิกที่นิ่งเฉยและไม่ยี่หระต่อสิ่งใดๆ ความสามารถทางกังฟูของเขาไม่มีมนุษย์ผู้ใดบนโลกเทียบได้ เขาประมือกับ ซู หลายต่อหลายครั้ง และช่วยให้ ซู ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในศาสตร์แห่งการต่อสู้ที่เขาใฝ่ฝัน ประวัตินักแสดง เจย์ โชว์ คือนักแสดง/นักดนตรี ที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ เขาเริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 3 ปี และเข้าสู่วงการดนตรีในรายการ Super New Talent King ผู้ผลิตรายการเห็นความสามารถ จึงชักชวนเข้าสู่วงการในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ ให้กับศิลปินดังๆอย่าง โคโค่ ลี, หลิวเต๋อหัว, กัวฟู่เฉิง และ โจลิน เขาเริ่มก้าวเข้ามาในเส้นทางการแสดงจากการรับบทนำใน Initial D ภาพยนตร์แข่งรถที่สร้างมาจากการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น จากนั้นได้ร่วมงานกับผู้กำกับชื่อก้อง จางอี้โหมว เรื่อง Curse of the Golden Flower “ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง” ร่วมกับนักแสดงร่วมจอระดับตำนานอย่าง โจวเหวินฟะ และ กงลี่ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ทุ่มทุนสร้างกว่า 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนจากจีน ให้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเข้าสู่หน้าที่ของการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ครั้งแรก ในหนังรักข้ามกาลเวลาอย่าง Secrets “รักเรา กัลปาวสาน” โดยล่าสุดนี้ เจย์ โชว์ ก็เริ่มจะโกอินเตอร์เป็นครั้งแรก ในการเป็นหนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์ฮอลลิวู้ดเรื่อง The Green Hornet ร่วมจอกับ เซ็ธ โรเกน และ กวินเนธ พัลโธรว์ โดยเขารับบทเป็น คาโต้ ซึ่งเคยเป็นบทบาทที่นักแสดงในตำนานอย่าง บรูซ ลี เคยเล่นไว้ มิเชล โหยว (รับบทเป็น พี่สาวหยู่) 
ประวัติตัวละคร จอมยุทธหญิงปริศนาที่ถอนตัวจากยุทธจักร เธอช่วยชีวิตของ ซู และ เสี่ยวหยิง จากการถูกปองร้าย และให้ที่อยู่อาศัยและอาหารในระหว่างที่ทั้งคู่หลบตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา ประวัตินักแสดง มิเชล โหยว นักแสดงที่เป็นที่รู้จักในฐานะแอ็คชั่นสตาร์หญิงที่ไม่เคยกลัวตาย และเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ เฉินหลง ยอมให้แสดงฉากสตันท์ด้วยตัวเอง เธอเกิดในประเทศมาเลเซีย โหยว มุ่งหน้าไปเมืองลอนดอนตั้งแต่อายุ 15 ก่อนที่จะเข้าศึกษาในสถาบันการเต้น London Royal Academy โดยได้ปริญญาในสาขาการละครและศิลปะ เธอชนะการประกวดมิสมาเลเซียในปี 1983 ซึ่งทำให้เธอได้รับโอกาสแสดงในโฆษณาคู่กับ โจวเหวินฟะ และเป็นประตูสู่การร่วมงานกับนักสร้างหนังชื่อดัง โดยเธอได้รับโอกาสจาก เฉินหลง ในการแสดงนำคู่กับเขาใน Police Story 3: Super Cop “วิ่งสู้ฟัด 3” ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นแอ็คชั่นสตาร์หญิงในชั่วข้ามคืน โหยว ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากบทบาทสาวบอนด์ใน Tomorrow Never Dies คู่กับ เพียรซ์ บรอสแนน ก่อนที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแบฟต้า จากบทบาทในเรื่อง Crouching Tiger Hidden Dragon “พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก” ของผู้กำกับ อังลี และในปี 2001 เธอก็เป็นนักแสดงคนแรก ที่ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์จากประมุขของประเทศมาเลเซีย ในฐานะที่เธอสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ เดวิด คาร์ราดีน (รับบทเป็น แอนธอน) ประวัติตัวละคร เขาคือพ่อค้าผู้โหดเหี้ยมไร้ความปราณี แอนธอน ใช้ทาสที่ซื้อมาเพื่อหาเงินบนเวทีการต่อสู้ใต้ดิน ที่ไม่เพียงแต่มีจำนวนเงินเป็นเดิมพันมากมายมหาศาล แต่อาจหมายถึงการเดิมพันชีวิตมนุษย์ด้วย ประวัตินักแสดง นักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึงสี่ครั้ง เดวิด คาร์ราดีน มาจากตระกูลนักแสดง เขาศึกษาในเรื่องดนตรีและเป็นนักปั้นมืออาชีพ เขาเคยเป็นทหารและเป็นนักแสดงบรอดเวย์ ก่อนที่จะแสดงในหนังของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี่ย์ เรื่อง Boxcar Bertha (1972) และการรับบทเป็น ไคว เชง เคน ในซีรี่ย์เรื่อง Kung Fu ซึ่งทำให้เขากลายเป็นซุปเปอร์สตาร์เพียงชั่วข้ามคืน จากนั้นชื่อของ เดวิด คาร์ราดีน ก็เป็นตัวแทนของความเท่ และสัญลักษณ์ของนักกังฟูในโลกตะวันตก ผลงานล่าสุดที่ทำให้เขาที่จดจำอีกครั้งก็คือ Kill Bill Vol. 1 และ 2 ของผู้กำกับ เควนติน ทารันติโน่ โดย คาร์ราดีน เข้าถึงศิลปะการต่อสู้ของจีนมาก จนถึงกับเขียนหนังสือที่ชื่อ "Spirit of Shaolin, A Handbook of Kung Fu Philosophy" ออกมาวางขาย ถึงแม้ในปี 2009 เดวิด คาร์ราดีน จะได้จากโลกนี้ไป แต่เขาก็ฝากผลงานการแสดงเอาไว้กว่า 120 เรื่องให้กับโลกภาพยนตร์ 
ทีมงานสร้าง หยวนหวู่ปิง (ผู้กำกับ / ผู้ออกแบบคิวบู๊) 
ว่ากันว่า หยวนหวู่ปิง คือผู้กำกับคิวบู๊อันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน เขาฝึกฝนกังฟูตั้งแต่เด็กภายใต้การดูแลของคุณพ่อ ซึ่งเป็นนักแสดงที่เป็นที่ยอมรับในวงการหนังแอ็คชั่น จนทศวรรษ 60 เขาย้ายไปฮ่องกงและสั่งสมประสบการณ์ด้วยการเป็นสตันท์แมน ผลงานเรื่องแรกของเขาในการกำกับคิวบู๊คือ Mad Killer (1971) หลังจากนั้นเขาก็ได้ก่อตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นมา และมุ่งหน้าสู่การสร้างหนังแอ็คชั่นสุดคลาสสิกในเวลาต่อมา ปี 1978 หยวน กำกับหนังเรื่องแรก Snake in the Eagle's Shadow “ไอ้หนุ่มพันมือ” โดยเป็นหนังที่ให้กำเนิด เฉินหลง แอ็คชั่นสตาร์แถวหน้าคนหนึ่งของโลก ภาพยนตร์เรื่องที่สองคือ Drunken Master “ไอ้หนุ่มหมัดเมา" ที่นำแสดงโดย เฉินหลง โดยทั้งสองเรื่องก็ถือเป็นตัวแทนของวงการหนังแอ็คชั่นจีนในช่วงทศวรรษที่ 70 ต่อมาในปี 1984 หยวน ได้กำกับหนังกังฟูอีกเรื่องชื่อ Drunken Tai Chi ซึ่งทำให้ค้นพบแอ็คชั่นสตาร์ประดับวงการอีกดวงอย่าง ดอนนี่ เยน ก่อนที่ เยน จะปรากฏตัวในหนังของ หยวนหวู่ปิง อีก เช่น Iron Monkey “มังกรเหล็กตัน” หนังกำลังภายเรื่องยิ่งใหญ่ ที่ผู้กำกับ เควนติน ทารันทิโน่ ยกย่องและเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายในตลาดหนังอเมริกา ต่อมาเขาได้กำกับหนังแอ็คชั่น-ดราม่า เรื่อง In the Line of Duty 4 นำแสดงโดย มิเชล โหยว ในไม่ช้าชื่อเสียงของ หยวนหวู่ปิง ก็ได้รับความสนใจจากฮอลลิวู้ด โดยผลงานของเขา Fist of Legend “ไอ้หนุ่มซินตึ้ง” ทำให้ สองพี่น้องวาโชสกี้ เชิญชวนเขาออกแบบฉากต่อสู้ให้กับ The Matrix (1999) ซึ่งจากความสำเร็จอย่างท่วมท้นก็ทำให้ หยวน ติดลม และรับหน้าที่กำกับคิวบู๊ให้กับภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Crouching Tiger Hidden Dragon (2000) และ Kill Bill Vol. 1 & 2 ของ เควนติน ทารันติโน่ รวมถึง The Forbidden Kingdom นำแสดงโดย หลี่เหลียงเจี๋ย และ เฉินหลง ภาพยนตร์เรื่อง True Legend ถือเป็นโปรเจ็คในฝันของ หยวนหวู่ปิง และทำให้เขาตัดสินใจกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ เป็นครั้งแรก หลังจากที่เขากำกับหนังเรื่องสุดท้ายในปี 1996 Iron Monkey 2 “มังกรเหล็กตัน ภาค 2” โทฉื่อหลง (ผู้เขียนบท) ผลงาน >>> Secret, Fearless, Murderer บิล คง (ผู้อำนวยการสร้าง) ผลงาน >>> Crouching Tiger Hidden Dragon, Curse of the Golden Flower, House of Flying Daggers เจ้าเสี่ยวติง (ผู้กำกับภาพ) ผลงาน >>> Curse of the Golden Flower, House of Flying Daggers, Kung Fu Dunk หัวถิงเสี่ยว (ผู้ออกแบบงานสร้าง) ผลงาน >>> Curse of the Golden Flower, House of Flying Daggers, Hero, Farewell My Concubine หยีชุงมั่น (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย) ผลงาน >>> Curse of the Golden Flower, Perhaps Love, Warlords |