ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )
| ข่าวสารล่าสุด : การแทรกวิดีโอ YouTube | การแทรกวิดีโอ Dailymotion | การตั้งค่าลายเซ็น |
|
![]() ![]() |
2006.01.23 | 3:02
โพสต์
#1
|
|
|
ตัวหนอน ![]() กลุ่ม : Members โพสต์ : 31 เป็นสมาชิกเมื่อ : 2004.10 หมายเลขสมาชิก : 333 |
เสือร้องไห้ : ไอ้เสือ...ถอย !
STILLWATER ![]() (เคยลงใน นิตยสาร ค.คน ฉ.3 ม.ค. 49)*ใช้อีกนามปากกาว่า เจ้าเสือร้าย คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจพี่ ห่างกันอย่างนี้ น้องคิดถึงพี่บ้างไหม อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืมสัจจา สัญญาที่ให้ ว่าตัวห่างไกลหัวใจชิดกัน คิดถึง.... เพลงท่อนต่อไป...ชักชวนให้อยากเอื้อนเอ่ยขับขานร้องต่อ เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเสียงสั่นลูกคอสไตล์ลูกทุ่งต้นฉบับที่หวนให้นึกถึงท้องไร่ท้องนาของ ศรคีรี ศรีประจวบ ด้วยแล้วสะท้านอารมณ์สุดจะบรรยาย ผมได้ยินเสียงเพลง คิดถึงพี่ไหม? นี้ครั้งล่าสุดหลังจากเวลาผ่านไป 100 นาทีเต็มของการชมภาพยนตร์ เรียลลิตี้ เรื่องแรกของเมืองไทยชื่อ ?เสือร้องไห้? ซึ่งจบลงด้วยอารมณ์สุขระคนเศร้า จนแอบเห็นบางคนตาแดงๆเดินก้มหน้าออกจากโรงหนัง โดยเพลงนี้เป็นเพลงเกือบสุดท้ายก่อนขึ้นเอนเครดิต ![]() หนังปล่อยให้เพลงบรรเลงยาวเต็มๆเพลง พร้อมภาพที่ปรากฏบนจออย่างช้าๆได้อารมณ์ร่วมสุดกลั้นใจไหว กับบทสรุปของ 5 ตัวละครหลักชาวอีสานคนต่างถิ่นที่เข้ามาอาศัยในเมืองแห่งแสงสีกรุงเทพมหานคร แมน หัวปลา พนักงานโบกรถในที่จอดรถหน้าร้านอาหารซีฟู้ด ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นดาวตลกบนเวที ? ถ้ามีมนต์วิเศษ ก็อยากให้ชีวิตเราราบลื่น... ? เนตร อินทรีเหล็ก ผู้ช่วยกุ๊กที่ผันตัวมาเป็นสตันท์แมนเพื่อหวังว่าสักวันจะได้แสดงแอ๊คชั่นคู่กับซูปเปอร์ สตาร์นักบู๊ จา-พนม ยีรัมย์ ? ผมไม่ได้เป็นดารา เล่นทุกครั้งก็ได้เลือดกลับไปทุกครั้ง... ? อ้อย สิงห์นักขับ แท็กซี่หญิงผู้มีฝันเล็กๆกับการอยากขับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์กลับบ้านเกิด ? พี่อ้อยอยากกลับไปหาพ่อ พี่อ้อยคิดถึงพ่อ... ? โดยมี 2 ผู้เป็นตัวแทนต้นแบบที่เปรียบประดุจผลผลิตแห่งความสำเร็จและความใฝ่ฝันหนึ่งของชาวที่ราบสูง ได้แก่ พรศักดิ์ ส่องแสง หมอลำคนแรกของเมืองไทยที่ไปตระเวณคอนเสิร์ตไกลถึงทั่วโลก ที่ไม่มีใครรู้ว่าคนรวยขนาดเขาจัดการกับชีวิตอย่างไรในสังคมแห่งการแข่งขันนี้ ? ผมก็ว่าผมสุดแล้ว ดังก็ดังแล้ว ทรุดก็ทรุดแล้ว... ? และเหลือเฟือ ม๊กจ๊ก เจ้าของคณะตลกคาเฟ่ ที่ชีวิตจริงไม่ตลก เพราะเบื้องหลังบนเวทีที่มีชื่อเสียงก็ยังเป็นชีวิตที่สามารถยกมือปาดน้ำตาได้ทุกครั้งที่หวนระลึกถึง ? ตอนที่ผมยังไม่ใช่เหลือเฟือ อดอยากคืออะไรผมรู้ดี... ? ![]() ที่มาดั่งเดิมของคำว่า เสือร้องไห้ นั้นผู้กำกับหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง สันติ แต้พานิช ได้ให้นิยามเป็นเรื่องเล่าไว้คล้ายนิทานปรัมปราว่า ? ทำไมจึงเรียกว่า เสือร้องไห้ ตามตำนานเล่าขานกันมาว่า ในอดีตกาลครั้งเสือเป็นเจ้าป่าเมื่อล่าวัวได้ เนื้อส่วนที่เสือจะกัดกินเป็นอันดับแรกคือเนื้อส่วนอกของวัวที่หวานนุ่ม เมื่อคราวมนุษย์ล่าเนื้อบ้างก็กระทำเช่นเดียวกับเสือ ทำให้เสือเมื่อมาเห็นซากวัวที่โดนมนุษย์แล่เอาเนื้อส่วนอกไปกินแล้ว จึงร้องไห้ โฮ..โฮ..ด้วยความเสียดาย การย่างเนื้อส่วนนี้จึงเรียกว่า เนื้อย่างเสือร้องไห้ ด้วยประการฉะนี้แล ? ข้อความทั้งหมดเกี่ยวข้องกับคำสามพยางค์ข้างต้นนั้น อาจเป็นส่วนผสมที่ดูจะยังไม่ค่อยชัดเจนหรือรู้สึกรู้สานักสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์เจ้าของคอนเส็ป ? หนึ่งปี ไม่มีบท ของจริง ? เรื่องนี้นัก เลยทำให้ผมพลอยนึกไปถึงอีกเรื่องราวหนึ่งที่พอจะไปในแนวทางเดียวกันได้ คือเรื่องของรายการเรียลลิตี้ดัง คนค้นคน ทางจอแก้ว เมื่อเดือนพฤษาคมในตอนชื่อ สงกรานต์ชีวิตลูกอีสาน ที่เล่าเรื่องถึงชีวิตคนอีสานระดับรากหญ้าหลายคนส่วนใหญ่ยึดอาชีพคนงานกรรมกรก่อสร้างที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเพื่อทำมาหากินในเมืองกรุง อาศัยแรงกายเกือบตลอดวัน(หรือบางทีเกือบ 20 ชั่วโมงต่อวัน)เข้าแลกเปลี่ยนกับค่าจ้างวันละร้อยกว่าบาท โดยมีความหวังอันริบหรี่ของแต่ละคนไปว่าชีวิตวันข้างหน้านั่นน่าจะไร้หนี้สิน สมควรจะ.. ดีขึ้น ![]() โดยตัดสลับกับเหตุการณ์บ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขาซึ่งมีผู้ที่เฝ้ารอคอยอย่างพ่อแม่ผู้แก่ชรา และเด็กเล็กๆ ที่นับวันตั้งตาเฝ้ารอถึงวันหยุดยาวอย่างเช่น เทศกาลสงกรานต์ ที่บรรดาลูกๆพ่อๆผู้มุ่งหน้าหางานทำยังต่างถิ่นจะคืนกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ด้วยนั่นคือจุดหมายเดียวกันกับ ผู้ไกลบ้านที่ใจจดใจจ่อกับวันคืนถิ่นด้วยอารมณ์โหยหาที่ไม่ต่างกัน เปรียบประดุจดั่งนกน้อยที่แข็งแกร่งโผบินออกจากรังยามเช้า และพร้อมหวนกลับคืนรังเมื่อพลบค่ำ แต่ช่วงเวลาที่จะหวนคืนของลูกหลานอีสานเหล่านี้พลบค่ำไม่สามารถหวนคืนได้ทันที ต้องเฝ้ารอวันเวลา ฤดูกาลและโอกาสที่เหมาะสมมาเยือน ซึ่งคำตอบของรายการ คนค้นคน ตอนที่ออกอากาศนี้คือ วันสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวอย่างต่อเนื่อง ว่าไปแล้วแค่โฆษณาตัวอย่างสั้นๆก่อนวันออนแอร์จริง ของรายการ คนค้นคน ตอน สงกรานต์ชีวิตลูกอีสานซึ่งมี 2 ตอน 2 สัปดาห์นี้ ไม่ได้ชวนให้ผมอยากติดตามชมเอาเสียเลย เนื่องจากนึกไม่ออกว่าจะมีอะไรน่าสนใจ ตรงไหน ? ทั้งๆที่ผมก็เป็นคนต่างจังหวัดมาทำงานไกลบ้านคนหนึ่งแหมือนกัน ทีแรกผมเดาๆดูว่าก็เรื่องวันหยุดยาว ใครๆก็กลับบ้านกันไม่น่าจะมีอะไรแปลกประหลาดแถมแสนจะธรรมดามากเลย ยิ่งดูตอนที่หนึ่งจบลงในสัปดาห์แรก ก็ยังไม่เห็นมีอะไรนอกจากแจกแจงรายละเอียดของผู้จากบ้าน และผู้เฝ้ารอ ![]() แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังติดตามดูอยู่ในตอนที่ 2 ในสัปดาห์ต่อมา เพราะช่วงเวลา 4 ทุ่มวันอังคารไม่มีรายการทีวีอะไรเป็นช้อยเรียกร้องความสนใจได้มากนัก ผลปรากฎว่า การกลับตาลปัตรทันทีเมื่อมาถึงบทสรุปท้ายสุดของผู้ดำเนินรายการหน้าเข้มที่ครั้งหนึ่ง ผอ.มิ่งขวัญ แสงสุวรรณแห่งช่อง 9 อ.ส.ม.ท. เคยรำพึงเมื่อแรกเห็นขึ้นว่า ? ทำไม ใครให้โจรสะพานลอยมาจัดรายการ ล่ะเนี๊ย...? สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ เจ้าของคำพูดประเภทกลั่นกรองสรรหาถ้อยคำโดนๆลึกซึ้งกินใจ จนผมมักหลุดคำพูดจากปากว่า ?คิดได้ไงหนอ ไม่ธรรมดาเลยพี่(โจรสะพานลอย)คนนี้... ?บ่อยๆ บทสรุป การทำงานห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอนครั้งนี้ ออกมาในทำนอง มีเหตุผลอันใดเล่า ต้องกลับคืนถิ่นฐานกัน ประดุจเหล่ารากฝอยทั้งหลาย หวนคืนสู่รากแก้ว, รากแก้วต้นต่อแหล่งนี้เป็นบ่อเกิดเชื้อไฟช่วยเติมพลังกำลังใจให้กับพวกเขาได้มีแรงใจฟันฝ่าอุปสรรคต่อไปรึ, ทำไม คำว่าครอบครัวถึงต้องต่างคนต่างอยู่คนละทิศละทางอย่างนี้ จะยังเรียกว่าครอบครัวได้อยู่ฤา, ทำไม ต้องจากลาผู้อันเป็นที่รักเพียงเพื่อไปแลกกับค่าจ้างเพียงวันละร้อยกว่าบาท, ทำไม เมืองที่ได้ชื่อว่าเจริญรุ่งเรืองอย่างกรุงเทพฯ ต้องดึงดูดผู้คนเข้าไปมากมายจนดูอ้วนพีเทอะทะ แต่กลับปล่อยให้เมืองอื่นอย่างต่างจังหวัดท้องถิ่นร้างผู้คน เหลือแต่ผู้เฒ่าผู้แก่กับเด็กเล็ก จนแทบจะเป็นการล้มสลายของสถาบันครอบครัวอยู่แล้ว, อย่างนี้จะเรียกประเทศไทย ว่าเมืองแห่งความพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองศิวิไลซ์ได้อย่างไร ในเมื่อเมืองหนึ่งโต แต่อีกหลายสิบเมืองต้องตายลง แถมตั้งคำถามทิ้งท้ายโดนใจให้ได้ทบทวนระบบกระบวนการคิดกันอีกที กับถ้อยคำประมาณว่า เราจะยอมแลกชีวิตทั้งชีวิตกับเศษเงินอันน้อยนิดจากเมืองหลวงเหล่านี้จริงๆหรือ ? แม้นั่นจะเป็นเพียงความเห็นหนึ่งของสื่อหนึ่งเท่านั้น แต่ในที่นี้ถ้าลองจับมาเรียงต่อกันเฉกเช่นชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ดู จะพบรอยต่อที่แนบสนิทกันอย่างน่าฉงน นั่นคือบทสรุป รายการคนค้นคน ตอนสงกรานต์ชีวิตลูกอีสาน กับหนังเรียลลิตี้ เสือร้องไห้ ในฉากจบท้ายเรื่อง 3 ตัวละครที่ไขว้คว้าหาฝันนั้นทุกคนมีสิ่งที่เป็นหลักและที่ยึดมั่นของจิตใจเป็นสิ่งเดียวกันหมด ![]() แมน หัวปลา ผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปหมดสิ้น แต่เขาก็ยังมุ่งมั่นว่าผู้คนแถวบ้านละแวกบ้านยังคงเฝ้าดูน้ำหน้าคนอย่างเขาว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เนตร อินทรีเหล็ก สตันท์แมนนักสู้ที่ไม่อยากโกหกคนที่บ้านอีกแล้ว พร้อมที่จะไปบอกแม่ว่าเขาไม่ใช่ดารา แต่เป็นตัวแทนของดารา และ อ้อย สิงห์นักขับ หญิงผู้ฝันไม่ไกลกลับความรู้สึกเท่และภาคภูมิใจกลับการขับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์กลับบ้านเกิด ไปกราบเท้าพ่ออันเป็นที่รัก คงปฏิเสธกันไม่ได้ว่าท้ายสุดแล้วจุดศูนย์รวมทางจิตใจของบรรดาลูกอีสานหมู่เฮาเหล่านี้ สิ่งนั้นก็คือ บ้านเกิดเมืองนอน นั่นเอง ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีเหตุผลหรือความจำเป็นเฉพาะตัวของการต้องพรากจากพื้นเพอันเป็นที่กินที่นอนที่ตายของบุคคลอันเป็นที่รักไปเพียงเพื่อรอวันหวนคืน แต่ตัวอย่างสำหรับนักฝันทั้งหลายก็ยังคงมีความฝันเล็กๆที่ไม่ไกลเกินเอื้อม หรือยากลำบากเกินกำลัง (อย่างอ้อย สิ่งนักขับ) และฝ่ายผู้เฝ้ารอดูว่าจะไม่ต้องคอยนานจนจากลาไปเสียก่อน ได้เห็นความสำเร็จความสมหวังได้ร่วมยินดีปรีดา เพราะบางทีเราท่านต่างอยากจะใฝ่ฝันเป็นตัวโน๊ตดนตรีที่ส่งเสียงก้องดังแสนไพเราะ โดยลืมไปว่า โน๊ตที่ไม่ได้เล่น ก็คือโน๊ตที่สำคัญที่สุด ของบทเพลงนั้นๆเช่นกัน ...คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจเจ้า พี่ตรมพี่เหงา เพราะคิดถึงเจ้าเชื่อไหม ฝากใจกับจันทร์ ฝากฝันกับดาว ทุกคราวก็ได้ เราต่างสุขใจเมื่อคิดถึงกัน ท่อนจบของเพลง คิดถึงพี่ไหม จบลงอย่าง ?อิน?ในอารมณ์ชีวิตเหล่าเสืออีสาน พร้อมการเลือนหายไปของภาพบนจอผืนผ้าใหญ่สีขาว ตอนแรกผมสงสัยทำไมผู้กำกับถึงใส่เพลงรักแสนเศร้าเพลงนี้ในหนังที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องคู่รักหนุ่มสาวเลย แต่ครั้นผมลองเปลี่ยนบางคำตามเนื้อเพลงเล่นๆดู โดยเปลี่ยนคำว่า ?พี่? เป็นความหมายคำว่า ?บ้าน(เกิด)? และ ?น้อง? หรือ ?เจ้า? แทนความด้วยคำว่า ?(ตัว)เรา? ดูล่ะ..อย่างเช่น คิดถึง?พี่?ไหม ก็กลายเป็น คิดถึง?บ้าน?ไหม นั่นทำให้ถ้อยคำหนึ่งผุดขึ้นมาโต้ตอบเสียงเพรียกจากข้างในของผมทันที ว่า ไอ้เสือ...ถอย! ![]() หมายเหตุ เนื้อเพลง คิดถึงพี่ไหม คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจพี่ ห่างกันอย่างนี้ น้องคิดถึงพี่บ้างไหม อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืมสัจจา สัญญาที่ให้ ว่าตัวห่างไกลหัวใจชิดกัน คิดถึงพี่ก่อนน้องนอนก็ได้ เมื่อยามหลับไหลน้องเจ้าจะได้นอนฝัน ข้างขึ้นเมื่อใดแก้วใจโปรดมอง แสงของดวงจันทร์ เราสบตากันในแสงเรื่อเรือง คืนไหนข้างแรมฟ้าแซมดารา น้องจงมองหาดาวประจำเมือง ทุกคืนเราจ้องดูเดือนดาว ทุกคราวเราฝันเห็นกันเนืองเนือง ถึงสุดมุมเมืองไม่ไกล คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจเจ้า พี่ตรมพี่เหงา เพราะคิดถึงเจ้าเชื่อไหม ฝากใจกับจันทร์ ฝากฝันกับดาว ทุกคราวก็ได้ เราต่างสุขใจเมื่อคิดถึงกัน ป.ล. ร้องคาราโอเกะได้ที่ http://www.sa.ku.ac.th/sakuoke/6118mid.html
|
|
|
|
![]() ![]() |
| อ่านบอร์ดแบบไม่มีภาพ | ชุดภาษาไทยจาก www.ipbsecret.com : 2010.09.03 | 10:12 |